ที่มาและประวัติศาสตร์
เมลง เดอ บูร์กอญ มีถิ่นกำเนิดในเบอร์กันดีตามชื่อ แต่ปัจจุบันแทบไม่มีการปลูกที่นั่นอีก การวิเคราะห์ดีเอ็นเอยืนยันว่าเป็นลูกผสมตามธรรมชาติระหว่างปิโนต์ นัวร์และกูเอ บลังก์ เช่นเดียวกับชาร์ดอนเนย์และกาเมย์ หลังฤดูหนาวอันโหดร้ายในปี 1709 ที่ทำลายไร่องุ่นในลัวร์ตอนล่าง เมลง เดอ บูร์กอญถูกนำมาปลูกทดแทนเพราะทนหนาวได้ดี ตั้งแต่นั้นสายพันธุ์นี้กลายเป็นเอกลักษณ์ของ Muscadet ในปากแม่น้ำลัวร์
แหล่งปลูก
ปากแม่น้ำลัวร์รอบเมืองน็องต์เป็นบ้านหลักของเมลง เดอ บูร์กอญ Muscadet Sèvre et Maine เป็นอาเปลลาซียงที่มีชื่อเสียงที่สุด Muscadet Côtes de Grandlieu และ Muscadet Coteaux de la Loire ก็เป็นแหล่งสำคัญ ระบบ Cru Communaux ใหม่ยกระดับหมู่บ้านอย่าง Gorges, Clisson และ Le Pallet สู่สถานะครูที่มีกฎการบ่มขั้นต่ำ นอกลัวร์มีปลูกน้อยมาก โอเรกอนและแคลิฟอร์เนียเริ่มทดลองเล็กน้อย
ลักษณะของไวน์
เมลง เดอ บูร์กอญมีสีเขียวซีดถึงเหลืองอ่อน กลิ่นเรียบง่ายของมะนาว แอปเปิลเขียว ดอกไม้ขาว และกลิ่นทะเล สไตล์ sur lie (บ่มบนกากยีสต์) เพิ่มเนื้อสัมผัสครีมมี่และกลิ่นขนมปัง กรดสูงเป็นลักษณะเด่น เนื้อสัมผัสเบา สไตล์ Cru Communaux มีโครงสร้างมากกว่าและบ่มได้ 10 ปีขึ้นไป แสดงเทอรัวร์จากดินหินแกรนิต หินไนส์ หรือออร์โทไนส์ได้ชัดเจน
การจับคู่อาหาร
เมลง เดอ บูร์กอญเป็นคู่แท้ของหอยนางรมและอาหารทะเลชายฝั่งแอตแลนติก หอยแมลงภู่แบบมูลมารินิแยร์เป็นคู่คลาสสิกที่สุด ปลาย่างเบาๆ กุ้ง ปู และเซวิเช่ก็เข้ากันดีเยี่ยม ชีสแพะจากลัวร์ก็เสริมกรดของไวน์ได้ดี
ไวน์ที่น่าสนใจ
- Domaine de la Pépière Cru Clisson (Muscadet) — ครูมูสกาเดต์ที่แสดงเทอรัวร์ได้ดี
- Luneau-Papin Excelsior (Muscadet) — มูสกาเดต์ชั้นเลิศที่บ่มได้ดี
- Domaine Landron Fief du Breil (Muscadet) — สไตล์ธรรมชาติที่มีความซับซ้อน
- Marc Ollivier Domaine de la Pépière Granite de Clisson (Muscadet) — หินแกรนิตที่สะท้อนในแก้ว