ที่มาและประวัติศาสตร์
อัสเซอร์ตีโกเป็นองุ่นพื้นเมืองของเกาะซานโตรีนีในกรีซ ซึ่งปลูกมานานอย่างน้อย 3,500 ปี ทำให้เป็นหนึ่งในแหล่งปลูกที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังคงผลิตอยู่ ดินภูเขาไฟ ลมแรง และความแห้งแล้งสุดขีดของซานโตรีนีหล่อหลอมลักษณะเฉพาะของสายพันธุ์นี้ ต้นองุ่นถูกฝึกให้เป็นรูปตะกร้า (kouloura) เพื่อป้องกันลมและรักษาความชื้น อัสเซอร์ตีโกได้รับความสนใจระดับโลกในช่วงทศวรรษ 2000 ในฐานะไวน์ขาวที่มีโครงสร้างดีจากสภาพแวดล้อมสุดขั้ว
แหล่งปลูก
ซานโตรีนีเป็นบ้านเกิดและแหล่งปลูกที่โด่งดังที่สุด ต้นองุ่นที่ไม่ได้รับการต่อกิ่งบางต้นมีอายุมากกว่า 200 ปี ดินภูเขาไฟให้กลิ่นแร่ธาตุที่เป็นเอกลักษณ์ บนแผ่นดินใหญ่กรีซ มาซิโดเนียและเพโลพอนนีสก็ปลูกมากขึ้น ออสเตรเลียโดยเฉพาะจิม แบร์รี มีการทดลองปลูก แคลิฟอร์เนียบางแห่งก็เริ่มทดลอง แต่ซานโตรีนียังคงเป็นมาตรฐานที่ไม่มีใครเทียบ
ลักษณะของไวน์
อัสเซอร์ตีโกมีสีเหลืองอ่อนถึงทอง กลิ่นมะนาว เกรปฟรุ้ต หินเหล็กไฟ เกลือทะเล และน้ำผึ้ง กรดสูงมากเป็นลักษณะเด่นที่สุด แม้จะปลูกในสภาพอากาศร้อนจัดก็ยังรักษากรดได้ดีเยี่ยม เนื้อสัมผัสมีน้ำหนักปานกลางถึงเต็ม พร้อมกลิ่นแร่ธาตุภูเขาไฟที่เป็นเอกลักษณ์ ไวน์หวาน Vinsanto จากองุ่นตากแห้งเป็นสไตล์พิเศษที่หายากและบ่มได้หลายสิบปี
การจับคู่อาหาร
อัสเซอร์ตีโกเข้ากับอาหารทะเลกรีซได้สมบูรณ์แบบ ปลาย่างมะนาว หมึกย่าง ซาลาดกรีก และเมเซ่เป็นคู่คลาสสิก หอยเซนต์จาค ล็อบสเตอร์ย่าง และอาหารทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทุกชนิดเข้ากันดี ชีสเฟต้าก็เสริมกรดของไวน์ได้ดี
ไวน์ที่น่าสนใจ
- Domaine Sigalas (Santorini) — อัสเซอร์ตีโกที่บริสุทธิ์และสง่างาม
- Hatzidakis Winery (Santorini) — ต้นเก่าจากดินภูเขาไฟที่มีความลึก
- Gaia Wines Thalassitis (Santorini) — ชื่อแปลว่า "เกิดจากทะเล" สะท้อนเทอรัวร์ได้ดี
- Argyros Estate Cuvée Monsignori (Santorini) — อัสเซอร์ตีโกจากต้นอายุกว่า 200 ปี