ทำไมต้องรู้จักข้อบกพร่องของไวน์

การเรียนรู้ข้อบกพร่องของไวน์ไม่ได้ทำให้การดื่มไวน์สนุกน้อยลง แต่จะทำให้คุณเป็นผู้ดื่มที่ฉลาดขึ้น รู้ว่าเมื่อไหร่ควรส่งขวดคืนที่ร้านอาหาร และเมื่อไหร่ที่สิ่งที่คิดว่าผิดปกตินั้นแท้จริงเป็นเอกลักษณ์ของไวน์ ผู้เชี่ยวชาญประมาณว่าไวน์ 2-5% ที่ปิดด้วยคอร์กมีข้อบกพร่อง นั่นหมายถึงหลายล้านขวดต่อปีทั่วโลก
ข้อบกพร่องที่พบบ่อยที่สุด
กลิ่นคอร์ก (Cork Taint / TCA): ข้อบกพร่องที่พบบ่อยและเป็นที่รู้จักที่สุด เกิดจากสาร 2,4,6-trichloroanisole (TCA) ที่ปนเปื้อนในจุกคอร์ก ไวน์จะมีกลิ่นหนังสือพิมพ์เปียก กระดาษแข็งชื้น และสูญเสียกลิ่นผลไม้ ในระดับเบาอาจเพียงทำให้ไวน์จืดชืด
การออกซิเดชัน (Oxidation): เกิดจากไวน์สัมผัสอากาศมากเกินไป ไวน์ขาวเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ไวน์แดงเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลส้ม กลิ่นคล้ายแอปเปิ้ลช้ำหรือเชอร์รี่ ข้อยกเว้นคือไวน์ที่ตั้งใจทำแบบออกซิเดทีฟ เช่น Vin Jaune หรือเชอร์รี่
การรีดักชัน (Reduction): ตรงข้ามกับออกซิเดชัน เกิดจากไวน์ขาดอากาศ มีกลิ่นไข่เน่า ยางไหม้ หรือกะหล่ำปลี ในระดับเบาอาจหายไปหลังเปิดขวดและเทลงแก้ว การใช้ดีแคนเตอร์ช่วยได้มาก
เบรตตาโนมัยซีส (Brett): ยีสต์ป่าที่ทำให้ไวน์มีกลิ่นพลาสเตอร์ปิดแผล ยุ้งม้า หรือเหงื่อ ในระดับต่ำอาจเพิ่มความซับซ้อน แต่ในระดับสูงจะกลบกลิ่นผลไม้ทั้งหมด นักดื่มบางคนยอมรับ Brett เล็กน้อยว่าเป็นเสน่ห์
ข้อบกพร่องอื่น ๆ ที่ควรรู้
กรดระเหย (Volatile Acidity): กลิ่นน้ำส้มสายชูเล็กน้อยเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้ามากเกินไปจะรบกวนอย่างมาก ซัลเฟอร์ (SO2): กลิ่นไม้ขีดไฟที่เพิ่งจุด ควรหายไปหลังเปิดขวดสักครู่ การหมักซ้ำในขวด: ฟองอากาศในไวน์ที่ไม่ควรมีฟอง แสดงถึงน้ำตาลตกค้างที่หมักต่อ
วิธีจัดการเมื่อพบปัญหา
ที่ร้านอาหาร คุณมีสิทธิ์ส่งคืนไวน์ที่มีข้อบกพร่อง ดมไวน์ก่อนจิบเสมอ หากไม่แน่ใจให้ขอความเห็นซอมเมอลิเยร์ สำหรับไวน์ที่ซื้อจากร้าน ร้านคุณภาพดีจะยินดีเปลี่ยนขวดที่เสียให้ เก็บใบเสร็จและอย่าเทไวน์ทิ้งก่อนขอเปลี่ยน


